ปัญหาความชื้นในไทย: สิ่งที่เจ้าของอาคารควรรู้
10 เมษายน 2569
ความชื้นเฉลี่ย 74-85% ในไทยทำให้เกิดเชื้อรา ไรฝุ่น และอาคารเสียหาย เรียนรู้วิธีจัดการ
ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศภายนอกในเมืองไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 74 ถึง 85% ตลอดทั้งปี และพื้นที่ริมทะเลอย่างเกาะเต่าและภูเก็ตอาจสูงถึง 90% ขึ้นไปในฤดูฝน แม้จะเปิดแอร์แล้ว ความชื้นในอาคารก็มักยังสูงกว่าระดับที่เหมาะสม
ระดับความชื้นที่เหมาะสม
องค์การอนามัยโลก (WHO) และ ASHRAE แนะนำให้รักษาความชื้นสัมพัทธ์ภายในอาคารไว้ที่ 40 ถึง 60% ถ้าต่ำกว่า 40% จะเริ่มระคายเคืองทางเดินหายใจและเกิดไฟฟ้าสถิต ถ้าสูงกว่า 60% เชื้อราและเชื้อโรคจะเริ่มเติบโต
เกิดอะไรขึ้นเมื่อความชื้นเกิน 60%
ที่ความชื้น 60 ถึง 70% เชื้อราเริ่มขึ้นบนพื้นผิวได้ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงถ้าอากาศอุ่นด้วย ที่ 70 ถึง 80% ไรฝุ่นแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วและกลายเป็นต้นเหตุสำคัญของภูมิแพ้ ถ้าเกิน 80% วัสดุอาคารเริ่มเสื่อม สีลอก ไม้บิดงอ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสี่ยงเสียหาย
แอร์ช่วยได้แค่ไหน
เวลาแอร์ทำความเย็น แอร์ก็ลดความชื้นไปด้วย เพราะไอน้ำกลั่นตัวที่คอยล์เย็นแล้วไหลออกทางท่อน้ำทิ้ง ปัญหาคืออาคารในเมืองไทยจำนวนมากตั้งแอร์เย็นเกินไปที่ 18 ถึง 20°C แอร์จึงถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้เร็วแล้วตัด โดยยังทำงานไม่นานพอจะดึงความชื้นออก ผลคือห้องเย็นแต่อับชื้น การตั้งแอร์ที่ 24 ถึง 26°C ทำให้แอร์ทำงานต่อเนื่องนานขึ้น ดึงความชื้นออกได้มากกว่า และโดยรวมใช้ไฟน้อยกว่า
สำหรับอาคารริมทะเล
อากาศชื้นที่มีไอเค็มกัดกร่อนโลหะได้เร็วกว่า และแทรกซึมเข้าอาคารได้มากกว่า อาคารบนเกาะเต่าและพื้นที่ริมทะเลของสุราษฎร์ธานีจึงควรตรวจคอยล์แอร์บ่อยขึ้น เลือกอุปกรณ์เกรดทนไอเค็ม (Marine Grade) เมื่อทำได้ และใช้ระบบระบายอากาศแบบ ERV หรือ HRV เพื่อนำอากาศภายนอกเข้ามาโดยควบคุมความชื้นได้
สัญญาณว่ามีปัญหาความชื้น
สังเกตกลิ่นอับแม้จะเปิดแอร์อยู่ เชื้อราบนผนังหรือฝ้าเพดาน หยดน้ำเกาะที่กระจกหน้าต่าง เฟอร์นิเจอร์หรือพื้นไม้บิดงอ และคนในบ้านมีอาการทางเดินหายใจบ่อยๆ
ต้องการความช่วยเหลือเรื่องแอร์หรือ IAQ?
ขอใบเสนอราคาฟรีหรือจองนัดบริการได้วันนี้