ศูนย์ความรู้
คุณภาพอากาศ· 5 นาทีในการอ่าน

ทำความเข้าใจกับฟิลเตอร์ HEPA และเครื่องฟอกอากาศ

11 เมษายน 2569

เครื่องฟอกอากาศไม่ได้เหมือนกันทุกรุ่น การเข้าใจระดับของฟิลเตอร์ช่วยให้เลือกได้ถูกต้อง

เครื่องฟอกอากาศได้รับความนิยมมากขึ้นในเมืองไทย โดยเฉพาะตั้งแต่คนตื่นตัวเรื่องฝุ่น PM2.5 แต่เมื่อมีสินค้าให้เลือกมากมาย การเข้าใจเกรดของฟิลเตอร์จึงสำคัญ

ฟิลเตอร์แบ่งเป็นเกรดไล่ขึ้นไป G4 คือพรีฟิลเตอร์ที่ดักฝุ่นขนาดใหญ่ เส้นผม และอนุภาคหยาบ F7 คือฟิลเตอร์เกรดกลางที่ดักฝุ่นละเอียดขึ้นและละอองเกสรบางส่วน E12 (มักขายในชื่อ H12) และ H13 คือเกรด EPA และ HEPA ตามมาตรฐานยุโรป EN 1822 โดย E12 ดักอนุภาคที่ดักยากที่สุด (ขนาดราว 0.1 ถึง 0.3 ไมครอน) ได้ 99.5% H13 ได้ 99.95% และ H14 ได้ 99.995% ครอบคลุม PM2.5 สปอร์เชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัสส่วนใหญ่

สำหรับสภาพอากาศในเมืองไทย ฟิลเตอร์ HEPA เกรด H13 คือเกรดที่ควรมองหา ถ้ามีชั้นคาร์บอนกัมมันต์ (Activated Carbon) เพิ่มเพื่อดูดซับสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และฟอร์มาลดีไฮด์ (ซึ่งพบบ่อยในเฟอร์นิเจอร์ใหม่และวัสดุก่อสร้าง) ก็จะได้การป้องกันที่ครบถ้วน

การฆ่าเชื้อด้วยแสง UV เป็นอีกชั้นหนึ่งที่มีในเครื่องรุ่นดีๆ แสง UV-C ทำลาย DNA ของแบคทีเรียและไวรัสที่ไหลผ่านเครื่อง เหมาะเป็นพิเศษกับสถานพยาบาล โรงเรียน และบ้านที่มีคนที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ

ต้องเปลี่ยนฟิลเตอร์บ่อยแค่ไหน? ในสภาพอากาศปกติของกรุงเทพฯ ควรล้างพรีฟิลเตอร์ทุกเดือน ฟิลเตอร์ HEPA มักใช้ได้ 6 ถึง 9 เดือน ในช่วงฤดูฝุ่นหรือช่วงมลพิษสูง อาจต้องเปลี่ยนเร็วกว่านั้น

ขนาดก็สำคัญเช่นกัน เครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นระบุขนาดห้องที่รองรับได้ การใช้เครื่องเล็กในห้องใหญ่ทำให้เครื่องหมุนเวียนอากาศได้ไม่เร็วพอที่จะได้ผล

ต้องการความช่วยเหลือเรื่องแอร์หรือ IAQ?

ขอใบเสนอราคาฟรีหรือจองนัดบริการได้วันนี้

ทำความเข้าใจกับฟิลเตอร์ HEPA และเครื่องฟอกอากาศ | EverCool Thailand